OEM เบื้องหลังแบรนด์ดังที่คุณไม่เคยรู้

OEM เบื้องหลังแบรนด์ดังที่คุณไม่เคยรู้

เคยสงสัยไหมว่าทำไมสินค้าหลายแบรนด์ถึงหน้าตาคล้ายกัน หรือทำไมบางแบรนด์ถึงมีสินค้าออกมาเยอะแยะมากมาย? คำตอบอาจจะอยู่ที่ “OEM” หรือ Original Equipment Manufacturer ซึ่งเป็นเบื้องหลังการผลิตสินค้ามากมายที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

OEM คืออะไร?

OEM คือผู้ผลิตที่รับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์อื่น ๆ โดยแบรนด์เหล่านี้จะเป็นผู้ออกแบบและกำหนดคุณสมบัติของสินค้าเอง จากนั้นก็จ้าง OEM ให้ผลิตตามแบบที่ต้องการ เมื่อผลิตเสร็จแล้ว แบรนด์ก็จะนำสินค้าไปติดแบรนด์ของตัวเองแล้ววางขายในตลาด

ฟังดูเหมือนง่าย แต่ OEM มีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจนะ เพราะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก แถมยังทำให้แบรนด์มีเวลามากขึ้นในการโฟกัสกับการตลาดและการสร้างแบรนด์อีกด้วย OEM ODM OBM คืออะไร 

OEM ไม่ได้เพิ่งเกิดนะ

OEM มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมเลยล่ะ สมัยก่อน บริษัทใหญ่ ๆ มักจะผลิตสินค้าทุกอย่างเอง ตั้งแต่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป แต่พอเวลาผ่านไป การแข่งขันก็สูงขึ้น บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มมองหาทางลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต OEM ก็เลยกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทอย่าง Sony, Panasonic และ Toshiba ก็เริ่มใช้ OEM ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถผลิตสินค้าได้เร็วขึ้นและราคาถูกลง

ทุกวันนี้ OEM ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แล้วนะ แต่ยังขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง หรือแม้แต่รถยนต์!

OEM vs ODM ต่างกันยังไง

หลายคนอาจจะสับสนระหว่าง OEM กับ ODM (Original Design Manufacturer) ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะทั้งสองอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่นะ

OEM จะรับผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้ากำหนดเท่านั้น ส่วน ODM จะรับทั้งออกแบบและผลิตสินค้าให้กับลูกค้าเลย

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคุณอยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้า คุณสามารถจ้าง OEM ให้ผลิตเสื้อผ้าตามแบบที่คุณออกแบบเองได้ หรือจะจ้าง ODM ให้ทั้งออกแบบและผลิตเสื้อผ้าให้คุณก็ได้

ข้อดีของ OEM ทำไมแบรนด์ดังถึงเลือกใช้

  • ประหยัดต้นทุน ไม่ต้องสร้างโรงงานเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้เยอะ
  • เพิ่มความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณการผลิตได้ตามความต้องการของตลาด
  • เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ OEM มักจะมีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการผลิตที่ทันสมัย
  • ลดความเสี่ยง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการโรงงานและพนักงาน

ข้อเสียของ OEM มีอะไรบ้าง

  • การควบคุมคุณภาพ: ต้องพึ่งพา OEM ในการควบคุมคุณภาพสินค้า
  • การแข่งขัน: OEM อาจจะรับผลิตสินค้าให้กับแบรนด์คู่แข่งของคุณด้วย
  • การพึ่งพา: ถ้า OEM มีปัญหา อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าของคุณได้

OEM ในชีวิตประจำวัน อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

OEM อยู่รอบตัวเรามากกว่าที่คิดนะ ลองหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูสิ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ในนั้นอาจจะผลิตโดย OEM หลายเจ้าก็ได้ หรือเสื้อผ้าที่เราใส่ รองเท้าที่เราใช้ ก็อาจจะผลิตโดย OEM เช่นกัน

OEM เป็นส่วนสำคัญในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน แถมยังทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ มีตัวเลือกสินค้ามากมายให้เลือกซื้ออีกด้วย

ครั้งหน้าเวลาเห็นสินค้าแบรนด์ดัง ก็ลองนึกถึง OEM ที่อยู่เบื้องหลังกันดูนะ