“หลุมสิว” (Atrophic Acne Scars) หรือรอยแผลเป็นชนิดหลุมที่ทิ้งไว้หลังจากสิวอักเสบรุนแรงหายไป เป็นปัญหาผิวที่สร้างความหนักใจและลดทอนความมั่นใจให้ใครหลายคน เพราะทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน ขรุขระ และอาจส่งผลต่อการแต่งหน้าให้ดูไม่สวยงาม คำถามที่พบบ่อยคือ “หลุมสิวรักษาหายไหม?” และต้องทำอย่างไรผิวหน้าถึงจะกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ ประเภทของหลุมสิว และแนวทางการรักษาที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ระดับของหลุมสิวมี 3 ระดับคือ
- ระดับทั่วไป Rolling Scar เป็นรอยแผลเป็นที่เป็นแบบลาดลึกมีเป็นหลุมที่กว้าง ทำให้ผิวเป็นคลื่นต่างระดับแต่ก็ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน
- ระดับปานกลาง Boxcar Scar เป็นหลุมสิวที่กว้างมีทั้งลึกและตื้นผสมกัน มีทั้งทรงกลมและทรงรีขนาดความลึกจะเท่าๆกัน
- ระดับรุนแรงสูงสุด Ice Pick Scars เป็นแผลที่มีความลึก แม้ปากแผลจะเล็กแต่มีความลึกมาก รักษายาก เพราะหลุมสิวกัดกินเข้าในในเนื้อของใบหน้า
วิธีรักษาหลุมสิว
- ใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอหรือกรดวิตามินเอ (Vitamin A, Retin A, Retinol) เป็นการรักษาที่ต้องใช้เวลาไม่น้อย เพราะกรดเหล่านี้เป็นกรดอ่อนมีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ แต่อาจจะต้องใช้เวลา
- ใช้กรดลอกผิว (Chemical Peeling) เป็นการใช้กรดทั่วใบหน้าเพื่อการผลัดเซลล์ภายนอก ทำให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่ ซึ่งกีดอาจจะมีความรุนแรงต้องให้แพทย์เชี่ยวชาญรักษา เพราะอาจจะเกิดรอยแผลได้
- กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมญี (Dermabrasion) เป็นการลอกหน้าที่เป็นวิธีที่ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่น้อย ช่วยให้ใบหน้าผลัดเซลล์ผิวได้ดีขึ้น อ่อนโยน เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมไม่น้อย
- เลเซอร์ (Laser) เป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมและตรงจุด โดยใช้รังสีที่มีความเข้มข้นสูง นอกจากนี้ความยาวคลื่นที่แตกต่างกันจะรักษาปัญหาหลุดสิวได้แต่ละระดับได้ กระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวดูอวบอิ่มขึ้น
- ฉีดสารเติมเต็ม (Fillers injection) เป็นการรักษาผิวให้เรียบเนียนด้วยการเติมเต็ม ไม่เป็นรอยแผล พักฟื้นเร็ว
- การตัดพังผืด (Subcision) เป็นการใช้เข็มเข้าไปชั้นผิวหนังเพื่อตัดพังผืดใต้ผิว ลดหลุมสิวฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การผ่าตัด (Excision) เป็นการตัดส่วนที่เป็นแผลและเย็บกลับไปติดเข้ากัน เหมาะกับหลุมสิวที่ลึกมาก ลดรูขุมขนกว้างได้
วิธีป้องกันการเกิดหลุมสิว
- ล้างเครื่องสำอางด้วย คลีนซิ่งไมเซร่า ก่อนนอนทุกครั้ง อาจจะได้เป็นคลีนซิ่ง ออย บาล์มก็สามารถล้างเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะมือเรามีสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็น ผิวหน้าที่บอบบางแพ้ง่ายอาจจะทำให้เกิดสิวได้
- ไม่ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ตามกระแสก็อาจจะทำให้เกิดการแพ้ ผิวติดสารได้ในอนาคต นอกจากนี้สารเคมีบางชนิดอาจจะกระตุ้นการเกิดสิวรุนแรงได้
- เลือกสกินแคร์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับใบหน้า นอกจากนี้เลือกสารสกัดที่ไม่อุดตันรูขุมขนจะดีมากกับผิวที่แพ้ง่าย
ปัญหาหลุมสิวสามารถแก้ไขได้ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนในการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ และดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียน สวยใส ไม่ซ้ำใคร การรักษาหลุมสิวเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ความอดทนและการลงทุน การปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับประเภทของหลุมสิวและสภาพผิวของคุณ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดสู่การมีผิวหน้าที่เรียบเนียนขึ้นและมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
คำถามพบบ่อย
หลุมสิวหาย 100% ได้ไหม?
โดยมากทำให้ “ตื้นและเรียบขึ้นอย่างชัดเจน” ได้ แต่หายเกลี้ยง 100% มักยาก เป้าหมายคือผิวดูเรียบเป็นธรรมชาติ
ควรเริ่มรักษาด้วยวิธีไหนก่อน?
ให้แพทย์ประเมินชนิดหลุมสิว หาก Rolling เด่น → เริ่ม Subcision; Ice pick เด่น → TCA CROSS/ผ่าตัดจุด; แบบผสม → ใช้วิธีผสมผสานตามแผน
ผิวสองสี/คล้ำทำเลเซอร์ได้ไหม เสี่ยงรอยดำหรือไม่?
ทำได้แต่ต้องเลือกชนิด/พลังงาน/การเตรียมผิวเหมาะสม เสี่ยง PIH สูงกว่า จึงต้องกันแดดและดูแลหลังทำอย่างเข้มงวด
ฟิลเลอร์เหมาะกับทุกหลุมไหม?
เหมาะกับ Rolling/บาง Boxcar เพื่อยกฐานหลุม ผลชั่วคราว ไม่เหมาะ Ice pick
ใช้ครีมอะไรช่วยให้ผลรักษาดีขึ้น?
Retinoids, Vitamin C, มอยส์เจอไรเซอร์เสริมเกราะผิว และกันแดด SPF 30+ PA+++ ช่วยสนับสนุนผลและลดผลข้างเคียง







