การจด อย. เบื้องต้น 2569 ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย สิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้
การจด อย. คือขั้นตอนสำคัญสำหรับคนทำแบรนด์ที่ต้องการนำสินค้าออกสู่ตลาดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะปี 2569 ที่ อย. ปรับเกณฑ์เอกสาร ฉลาก และ ระบบยื่นออนไลน์ให้เข้มขึ้น ทำให้การเตรียมข้อมูลตั้งแต่ต้นมีผลต่อความเร็วในการอนุมัติอย่างมาก คู่มือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสรุปภาพรวม วิธีเตรียมเอกสาร และสิ่งที่ต้องระวังก่อนเริ่มยื่นจริง ช่วยให้เจ้าของแบรนด์เข้าใจขั้นตอนทั้งหมดแบบกระชับและใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะผลิตในประเทศไทยหรือนำเข้าจากต่างประเทศ
- อย. คืออะไร? สินค้าแบบไหนต้องยื่นขออนุญาต
- ผลิตภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต อย. ได้แก่
- ประเภทเลข อย. ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
- ระยะเวลาการพิจารณาการขอ อย. ปี 2569
- การตรวจสอบเลขอย. ก่อนผลิตจริง
- Wise Plus Grow บริการรับจด อย. ให้คำปรึกษาแบบครบขั้นตอน
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
- สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นขอ อย.
- ขั้นตอนการยื่นจด อย. แบบเข้าใจอย่างรวดเร็ว
- ความผิดพลาดที่ทำให้ยื่นขอ อย. ไม่ผ่านบ่อยที่สุด
- เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขออย. แยกตามประเภทสินค้า
- สรุป
- คำถามที่พบบ่อย
- พื้นที่ให้บริการ Wise Plus Grow
- อย. คืออะไร? สินค้าแบบไหนต้องยื่นขออนุญาต
- ผลิตภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต อย. ได้แก่
- ประเภทเลข อย. ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
- ระยะเวลาการพิจารณาการขอ อย. ปี 2569
- การตรวจสอบเลขอย. ก่อนผลิตจริง
- Wise Plus Grow บริการรับจด อย. ให้คำปรึกษาแบบครบขั้นตอน
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
- สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นขอ อย.
- ขั้นตอนการยื่นจด อย. แบบเข้าใจอย่างรวดเร็ว
- ความผิดพลาดที่ทำให้ยื่นขอ อย. ไม่ผ่านบ่อยที่สุด
- เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขออย. แยกตามประเภทสินค้า
- สรุป
- คำถามที่พบบ่อย
- พื้นที่ให้บริการ Wise Plus Grow
อย. คืออะไร? สินค้าแบบไหนต้องยื่นขออนุญาต
อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) คือหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทย การได้รับเลขอนุญาตไม่ใช่แค่การมีตัวเลขบนฉลาก แต่หมายถึงผลิตภัณฑ์ผ่านการประเมินพื้นฐานด้านส่วนผสม วิธีผลิต ความปลอดภัย และข้อมูลที่ต้องแสดงต่อผู้บริโภค
ผลิตภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต อย. ได้แก่
- อาหารและอาหารนำเข้า
- เครื่องสำอาง
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
- ยาและยาแผนโบราณ
- เครื่องมือแพทย์
- วัตถุอันตรายในบ้านเรือนบางประเภท
แต่ละประเภทมีกฎหมายและรูปแบบการยื่นต่างกัน ดังนั้นการรู้ว่าตัวเองอยู่หมวดไหนคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
ประเภทเลข อย. ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
หลายคนทำผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มยื่น เพราะไม่รู้ว่าเลขที่ใช้บนฉลากแต่ละแบบต่างกันยังไง ด้านล่างนี้คือสรุปแบบเข้าใจง่าย:
| ประเภทสินค้า | เลขอนุญาต | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อาหาร | เลขสารบบอาหาร 13 หลัก | ต้องใส่ในกรอบ อย. |
| เครื่องสำอาง | เลขที่จดแจ้ง 10 หลัก | ห้ามทำกรอบเลียนแบบ อย. |
| เครื่องมือแพทย์ | เลขอนุญาต 12 หลัก | ต้องระบุประเภทความเสี่ยงตาม Class |
| วัตถุอันตรายในบ้านเรือน | วอส. + เลขทะเบียน | รูปแบบเฉพาะตามประกาศ |
| ยา | ทะเบียนยา | ต้องขึ้นคำว่า “ทะเบียนยาเลขที่” |
การใช้เลขผิดประเภทเป็นเหตุที่ทำให้สินค้าถูกระงับจำหน่ายบ่อยที่สุด โดยเฉพาะการนำเลขจดแจ้งเครื่องสำอางไปวางในกรอบ อย. ซึ่งผิดกฎหมายทันที
ระยะเวลาการพิจารณาการขอ อย. ปี 2569
ระยะเวลาที่อย. ใช้ในการตรวจคำขอจะแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ความซับซ้อนของสูตร และความครบของเอกสารที่ยื่นเข้าระบบ หากเตรียมข้อมูลได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ขั้นตอนจะเดินเร็วขึ้นมากและลดโอกาสถูกขอแก้ไขเอกสารซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายแบรนด์ใช้เวลายาวเกินจำเป็น
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | ระยะเวลาโดยเฉลี่ย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เครื่องสำอาง | 1-3 วัน | ระบบจดแจ้งออนไลน์ อนุมัติเร็วหากฉลากถูกต้องครบถ้วน |
| อาหาร | 60-180 วัน | สินค้าบางกลุ่มต้องตรวจวิเคราะห์ ทำให้ใช้เวลานานกว่าปกติ |
| วัตถุอันตรายในบ้านเรือน | 30-60 วัน | ต้องมีข้อมูลความปลอดภัยและเอกสารประกอบหลายส่วน |
| ผลิตภัณฑ์สมุนไพร | 60-120 วัน | ขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบและเอกสารประกอบ |
| เครื่องมือแพทย์ | 45-300 วัน | Class สูง → เอกสารมาก ตรวจละเอียดทุกขั้นตอน |
การตรวจสอบเลขอย. ก่อนผลิตจริง
หลังจากได้รับเลขอย. แล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องในระบบของอย. ทุกครั้งก่อนผลิตจริง เพื่อดูว่าสถานะเป็น “อนุญาต” และข้อมูลในฐานข้อมูลตรงกับฉลากทั้งชื่อสินค้า ประเภทผลิตภัณฑ์ และผู้รับอนุญาต การเช็คเลขอย. ช่วยลดความเสี่ยงจากฉลากผิด รายละเอียดไม่ตรง หรือข้อมูลไม่อัปเดต ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเวลาตรวจร้านค้า นำเข้า-ส่งออก หรือขายบนแพลตฟอร์มที่มีการตรวจเข้ม การตรวจสอบล่วงหน้าจึงเป็นขั้นตอนเล็กๆ ที่ช่วยลดปัญหาใหญ่ในอนาคตได้มาก
Wise Plus Grow บริการรับจด อย. ให้คำปรึกษาแบบครบขั้นตอน
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการยื่นจด อย. โดยไม่เสี่ยงต่อการแก้เอกสารหลายรอบ ยังไม่คุ้นกับรูปแบบการจัดฉลาก ทีมงานของ Wise Plus Grow สามารถช่วยดูแลตั้งแต่ตรวจสูตร การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นผ่านระบบออนไลน์ให้เสร็จสมบูรณ์ในขั้นตอนเดียว จุดเด่นคือการตรวจรายละเอียดทุกจุดให้สอดคล้องกัน ตั้งแต่ข้อมูลส่วนผสมไปจนถึงถ้อยคำบนฉลากที่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย
สิ่งที่ทีมเราช่วยดูแล
- ประเมินประเภทสินค้าให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
- ตรวจสูตรและส่วนผสมว่าผ่านเกณฑ์ตามประกาศอย.
- จัดรูปแบบฉลากให้ครบประเด็นที่กฎหมายกำหนด
- เตรียมเอกสารและยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์แทนผู้ประกอบการ
- ให้คำแนะนำการวางแผนเปิดตัวสินค้าให้สอดคล้องกับระยะเวลาพิจารณา
บริการถูกออกแบบมาเพื่อให้การยื่น อย. เป็นขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการยื่นผิด หรือการแก้ไขหลายรอบที่ทำให้หลายแบรนด์เสียเวลาและต้นทุนโดยไม่จำเป็น
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
ค่าใช้จ่ายของการขอ อย. ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมยื่นอย่างเดียว แต่รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ การตรวจวิเคราะห์ และค่าใช้จ่ายจากโรงงานหรือผู้ผลิตต้นทาง ซึ่งจะแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและความพร้อมของข้อมูลที่มีอยู่เดิม การประเมินงบประมาณตั้งแต่ต้นจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงในการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง
| รายการ | ช่วงราคาโดยประมาณ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมยื่นอย. | 100-5,000 บาท | แตกต่างตามหมวด เช่น เครื่องสำอางต่ำ อาหารสูงกว่า |
| ค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ | 1,500-15,000 บาท | จำเป็นสำหรับอาหารบางประเภท หรือสูตรที่ต้องยืนยันความปลอดภัย |
| เอกสาร COA / MSDS | 0-3,000 บาท | บางโรงงานออกให้ฟรี แต่สินค้านำเข้ามักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม |
| ค่าแปลและรับรองเอกสาร | 500-5,000 บาท | ใช้กับสินค้านำเข้าที่ยังไม่มีเอกสารภาษาอังกฤษหรือไทย |
| ค่า Notary หรือการรับรองจากประเทศต้นทาง | 800-5,000 บาท | จำเป็นสำหรับสินค้านำเข้าที่ต้องยืนยันแหล่งผลิต |
โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับการยื่นอย. จะอยู่ในช่วงระดับหลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นกับชนิดสินค้าและเอกสารประกอบที่ต้องใช้ หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่แรก ค่าใช้จ่ายมักไม่สูงมาก แต่ถ้าต้องแก้ฉลากหรือยื่นซ้ำหลายรอบ ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นจากการปรับดีไซน์ใหม่หรือการขอเอกสารเพิ่มเติมจากโรงงานผลิต
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ อย.
ค่าใช้จ่ายของการขอ อย. ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมยื่นอย่างเดียว แต่รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ การตรวจวิเคราะห์ และค่าใช้จ่ายจากโรงงานหรือผู้ผลิตต้นทาง ซึ่งจะแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและความพร้อมของข้อมูลที่มีอยู่เดิม การประเมินงบประมาณตั้งแต่ต้นจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงในการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง
| รายการ | ช่วงราคาโดยประมาณ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมยื่นอย. | 100-5,000 บาท | แตกต่างตามหมวด เช่น เครื่องสำอางต่ำ อาหารสูงกว่า |
| ค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ | 1,500-15,000 บาท | จำเป็นสำหรับอาหารบางประเภท หรือสูตรที่ต้องยืนยันความปลอดภัย |
| เอกสาร COA / MSDS | 0-3,000 บาท | บางโรงงานออกให้ฟรี แต่สินค้านำเข้ามักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม |
| ค่าแปลและรับรองเอกสาร | 500-5,000 บาท | ใช้กับสินค้านำเข้าที่ยังไม่มีเอกสารภาษาอังกฤษหรือไทย |
| ค่า Notary หรือการรับรองจากประเทศต้นทาง | 800-5,000 บาท | จำเป็นสำหรับสินค้านำเข้าที่ต้องยืนยันแหล่งผลิต |
โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับการยื่นอย. จะอยู่ในช่วงระดับหลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นกับชนิดสินค้าและเอกสารประกอบที่ต้องใช้ หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่แรก ค่าใช้จ่ายมักไม่สูงมาก แต่ถ้าต้องแก้ฉลากหรือยื่นซ้ำหลายรอบ ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นจากการปรับดีไซน์ใหม่หรือการขอเอกสารเพิ่มเติมจากโรงงานผลิต
สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นขอ อย.
การยื่นขอ อย. จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความครบของเอกสารและรายละเอียดที่ส่งเข้าไปในระบบ หากเตรียมทุกอย่างให้ชัดตั้งแต่ต้น ขั้นตอนหลังจากนั้นแทบไม่มีอะไรติดขัด เพราะอย. จะดูทั้งความถูกต้องของข้อมูล ชื่อส่วนผสม ฉลาก และความสอดคล้องของข้อมูลทุกจุด การตรวจเช็กให้ครบก่อนยื่นจึงช่วยลดเวลาการแก้ไขและยื่นซ้ำได้มาก
- ฉลากที่จัดวางครบองค์ประกอบ เช่น ชื่อสินค้า ปริมาณสุทธิ วิธีใช้ คำเตือน ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รวมถึงตำแหน่งข้อความที่ต้องอยู่ตามกฎหมาย
- สูตรผลิตภัณฑ์ที่ระบุชื่อส่วนผสมชัดเจน พร้อมเปอร์เซ็นต์ และชื่อ INCI หรือชื่อเคมีที่อย. ใช้อ้างอิง เพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย
- ข้อมูลโรงงานผลิตหรือสถานที่นำเข้า เช่น เลขที่ใบอนุญาต GMP เอกสารสถานที่ หรือข้อมูลผู้ผลิตต่างประเทศในกรณีนำเข้า
- COA / MSDS หรือเอกสารความปลอดภัย สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องยืนยันความบริสุทธิ์หรือความปลอดภัยของวัตถุดิบ
- ภาพสินค้า ที่ใกล้เคียงกับสินค้าขึ้นจริงที่สุด เพราะ อย. จะดูว่ารูปแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากตรงกับข้อมูลที่ส่งหรือไม่
- Flow ของการผลิต ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์อยู่ในหมวดอาหาร วัตถุอันตรายในบ้านเรือน หรือสินค้าที่ต้องแสดงขั้นตอนในระบบผลิต
เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ อย. ใช้ตรวจสอบเป็นอันดับแรก หากข้อมูลไม่ตรงกันแม้เพียงจุดเดียวมักถูกขอแก้ไขทันที โดยเฉพาะฉลากและสูตรผลิตภัณฑ์ที่ต้องสอดคล้องกันทุกตัวอักษร การเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยลดรอบแก้ไขและทำให้กระบวนการอนุมัติเดินหน้าได้เร็วขึ้นมาก
ขั้นตอนการยื่นจด อย. แบบเข้าใจอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ละหมวดสินค้าจะมีรายละเอียดเฉพาะ แต่ภาพรวมของขั้นตอนการยื่นอย. ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด หากเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรก ทุกอย่างจะเดินหน้าอย่างราบรื่น ขั้นตอนหลักมีอยู่เพียงไม่กี่ส่วน และเป็นโครงสร้างเดียวที่ใช้กับทั้งการผลิตในประเทศและสินค้านำเข้า
- ตรวจหมวดผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง เพราะการยื่นผิดประเภททำให้เสียเวลาไปหลายสัปดาห์โดยไม่จำเป็น
- เตรียมเอกสารให้ตรงกันทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นสูตร ส่วนผสม ฉลาก ข้อมูลผู้ผลิต และภาพสินค้า อย. จะตรวจความสอดคล้องของข้อมูลอย่างละเอียด
- ส่งคำขอผ่านระบบออนไลน์ของอย. พร้อมแนบไฟล์ทั้งหมดตามที่กำหนด หากข้อมูลครบ ระบบจะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาทันที
- ตอบคำขอแก้ไข (ถ้ามี) เจ้าหน้าที่อาจให้เพิ่มเติมเอกสารหรือแก้ข้อความบางส่วน ซึ่งควรตอบให้ครบในครั้งเดียวเพื่อไม่ให้ยืดเวลา
- รับเลข อย. และจัดวางบนฉลาก ตามรูปแบบที่ถูกต้อง แล้วจึงนำสินค้าออกสู่ตลาดได้
หัวใจสำคัญคือความครบของข้อมูลตั้งแต่ต้น หากไม่มีจุดคลาดเคลื่อน การพิจารณามักใช้เวลาสั้นและไม่ต้องแก้เอกสารหลายรอบ
อ้างอิงจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) , (oryor.com)
ความผิดพลาดที่ทำให้ยื่นขอ อย. ไม่ผ่านบ่อยที่สุด
หลายแบรนด์ใช้เวลานานเกินเหตุเพราะติดปัญหาที่แก้ได้ง่ายตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากรายละเอียดเล็กๆ ที่ถูกมองข้าม ซึ่งอย.ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง
- ฉลากไม่ครบองค์ประกอบ เช่น ลืมคำเตือน ใช้ข้อความเกินจริง หรือจัดวางผิดตำแหน่ง
- สูตรไม่ตรงกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่มีสารจำกัดปริมาณแต่ไม่ระบุตัวเลขชัดเจน
- ข้อมูลผู้ผลิตไม่ตรงเอกสารสถานที่ เช่น ชื่อผิดเพียงตัวเดียวก็ถูกตีกลับได้
- ภาพสินค้าที่อัปโหลดไม่ตรงกับสินค้าจริง ซึ่งอย.คำนึงถึงความโปร่งใสในการสื่อสารต่อผู้บริโภค
- เอกสารนำเข้าไม่ครบ โดยเฉพาะ COA หรือใบรับรองจากโรงงานต้นทาง
การตรวจเช็กเอกสารและฉลากให้เรียบร้อยก่อนส่งคำขอคือวิธีที่ช่วยลดเวลาพิจารณาได้ดีที่สุด
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขออย. แยกตามประเภทสินค้า
แต่ละหมวดผลิตภัณฑ์มีชุดเอกสารที่ต้องใช้ต่างกัน การเตรียมให้ครบตั้งแต่แรกช่วยลดการยื่นซ้ำและป้องกันการถูกขอแก้ไขโดยไม่จำเป็น ด้านล่างคือเอกสารหลักที่พบได้บ่อยในแต่ละหมวด:
อาหาร
- สูตรผลิตภัณฑ์พร้อมเปอร์เซ็นต์
- ข้อมูลวัตถุดิบและผลตรวจวิเคราะห์ (ถ้าจำเป็น)
- Flow การผลิต
- ฉลากที่แสดงข้อมูลโภชนาการหากจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้
ข้อมูลอ้างอิงจาก:
เครื่องสำอาง
- INCI Name ของส่วนประกอบ
- ฉลากภาษาไทยแบบครบถ้วน
- ภาพสินค้า
- ข้อมูลโรงงานผลิต เช่น GMP
วัตถุอันตรายในบ้านเรือน
- สูตรเคมีและเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์
- MSDS
- ฉลากที่มีคำเตือนตามกฎหมาย
สินค้านำเข้า
- COA หรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิตต่างประเทศ
- ฉลากที่จะใช้ในไทย
- Invoice และ Packing List
- หนังสือมอบอำนาจสำหรับการยื่นแทน
อ้างอิงจาก:
ชุดเอกสารอาจแตกต่างไปตามรายละเอียดสินค้า แต่โดยรวมคือข้อมูลต้องตรงกันทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นสูตร ฉลาก หรือข้อมูลผู้ผลิต
สรุป
การยื่นอย. อาจดูเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่เมื่อเข้าใจโครงสร้างเอกสาร วิธีตรวจสอบข้อมูล และข้อกำหนดที่ต้องใช้จริง การขออนุญาตสามารถทำได้อย่างเป็นระบบและลดความเสี่ยงจากการแก้ไขซ้ำได้มาก ข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้อ้างอิงจากเกณฑ์ประกาศของอย. ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อมสรุปให้เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าออกสู่ตลาดอย่างถูกต้อง หากแบรนด์ต้องการความช่วยเหลือในส่วนการตรวจสูตร ฉลาก หรือการเตรียมเอกสาร ทีมของ Wise Plus Grow สามารถดูแลให้ครบทุกขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ส่งยื่นตรงตามข้อกำหนดของอย. ทุกประเด็น
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการขออย.?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า เครื่องสำอางใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ส่วนอาหาร วัตถุอันตราย หรือสินค้านำเข้าจะใช้เวลามากกว่าเพราะต้องตรวจสอบข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม
เครื่องสำอางต้องมีเลขอย.หรือไม่?
ไม่ต้องใช้เลขอย. เครื่องสำอางใช้เลขจดแจ้ง 10 หลัก และต้องจัดวางบนฉลากตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
สินค้านำเข้าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
สินค้านำเข้าต้องมี COA หรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิตต่างประเทศ ฉลากที่จะใช้ในไทย Invoice, Packing List และเอกสารมอบอำนาจสำหรับการยื่นแทน
ถ้าฉลากไม่ตรงตามที่อย.กำหนดจะเกิดอะไรขึ้น?
อย. จะขอให้แก้ไขและอัปโหลดใหม่ หากยังไม่ถูกต้อง จะไม่สามารถอนุมัติได้ และสินค้าไม่ควรวางจำหน่ายจนกว่าฉลากจะถูกต้องทั้งหมด
ต้องยื่นอย. ก่อนผลิตหรือหลังผลิตสินค้า?
เอกสารต้องพร้อมก่อนผลิตจริง โดยเฉพาะฉลากและสูตร ส่วนการนำไปบรรจุจริงควรทำหลังได้รับอนุญาตเรียบร้อยเพื่อป้องกันการพิมพ์ฉลากซ้ำหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
พื้นที่ให้บริการ Wise Plus Grow
บริษัท ไวส์พลัสโกร จำกัด
323 หมู่ 19 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 9:00น.-17:00น.