ตลาดกันแดดสำหรับผู้ชายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย จากพฤติกรรมผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความเบา ไม่เหนอะ และเอาอยู่ในสถานการณ์กลางแจ้งหรือกิจกรรมเหงื่อออกสูง ผู้ชายจำนวนมากเริ่มมองหากันแดดที่ “ใช้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และไม่รู้สึกว่าต้องทาบ่อยหรือหลายขั้นตอน ทำให้แบรนด์ที่ต้องการ ครีมกันแดดบำรุงผิว สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะสามารถสร้างช่องว่างตลาดใหม่ได้อย่างชัดเจน เมื่อพฤติกรรมผู้ชายต่างจากผู้หญิงในหลายด้าน ตั้งแต่ความถี่ในการใช้ เนื้อสัมผัสที่ชอบ ไปจนถึง Pain Points ที่ทำให้ไม่อยากใช้กันแดดในแต่ละวัน
- พฤติกรรมผู้ชายต่อการใช้กันแดด ใช้น้อย แต่ต้องการ “ผลลัพธ์เร็ว”
- ตารางเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้ชาย vs ผู้หญิง
- ผู้ชายต้องการกันแดดแบบไหนกันแน่?
- เทรนด์กันแดดสำหรับผู้ชายในปีล่าสุด
- กลุ่มผู้ชาย vs เนื้อกันแดดที่เหมาะสม
- ช่องว่างตลาดกันแดดผู้ชาย
- ฟิลเตอร์กันแดดที่เหมาะกับกลุ่มผู้ชาย
- การคำนวณค่า SPF/PA ต้องแม่นยำสำหรับตลาดผู้ชาย
- วิธีออกแบบ Marketing & Pricing ให้ตรงพฤติกรรมผู้ชาย
- ทำไมแบรนด์ควรลงทุนตลาดกันแดดผู้ชาย?
- สรุปตลาดกันแดดสำหรับผู้ชายยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก
- คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกันแดดสำหรับผู้ชาย
พฤติกรรมผู้ชายต่อการใช้กันแดด ใช้น้อย แต่ต้องการ “ผลลัพธ์เร็ว”
โดยทั่วไปผู้ชายมีแนวโน้ม “ไม่ใช้สกินแคร์หลายขั้นตอน” ทำให้กันแดดต้องตอบโจทย์แบบ All-in-One ใช้ง่ายและไม่ต้องคิดเยอะ จุดที่เห็นได้ชัดคือ:
- ต้องการกันแดดที่เกลี่ยเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 5–10 วินาที
- ไม่ชอบเนื้อเหนียวหรือกลิ่นน้ำหอมจัด
- ไม่ชอบเห็นคราบขาวบนหนวดเครา ผิวคล้ำ หรือโพรงขนเด่น
- มองหากันแดดที่กันเหงื่อได้ดีจากกิจกรรมกลางแจ้ง
- ส่วนใหญ่ไม่เติมระหว่างวัน ดังนั้นต้องการสูตร “ติดทนยาว”
ตารางเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้ชาย vs ผู้หญิง
| พฤติกรรม | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
|---|---|---|
| ความถี่ในการใช้กันแดด | ต่ำ–ปานกลาง (ใช้เฉพาะตอนออกจากบ้าน) | สูงกว่า (ทาทุกวันและเติมระหว่างวัน) |
| เนื้อสัมผัสที่ชอบ | เจล, ฟลูอิด, เซรั่มบางเบา, ไม่เหนอะ | กว้างกว่า: เจล–ครีม–ไฮบริด ขึ้นอยู่กับสไตล์ผิว |
| Pain Points หลัก | เหนียว, คราบขาว, มันเพิ่ม, ทาไม่ทันใจ | รองพื้นดัน, สีไม่พอดีผิว, การอุดตัน |
ผู้ชายต้องการกันแดดแบบไหนกันแน่?
จากการศึกษาพฤติกรรมตลาด กลุ่มผู้ชายต้องการคุณสมบัติชัดเจนดังนี้:
- ฟินิชแมตต์หรือกึ่งแมตต์ ไม่เงา
- ซึมไว ไม่ทิ้งเวลารอ
- กันเหงื่อดี เหมาะกับการออกกำลังกายหรือขี่มอเตอร์ไซค์
- ไม่มีคราบขาวแม้ผิวคล้ำหรือมีเครา
- ไม่มีกลิ่นน้ำหอมแรง
ความต้องการเหล่านี้ทำให้แบรนด์สามารถออกแบบสูตรอย่างชัดเจน ไม่เหมือนกันแดดทั่วไปที่ทำมาเพื่อทุกเพศ
เทรนด์กันแดดสำหรับผู้ชายในปีล่าสุด
ผู้ชายมักเลือกสูตรที่ “ใช้ง่ายและรอดทุกสถานการณ์” เช่น เนื้อเจล เนื้อฟลูอิด หรือเนื้อบางเบาประเภทเซรั่ม จุดนี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดตามงานวิเคราะห์ใน เทรนด์ครีมกันแดดปี 2025: ไฮบริด/มินอรัล/สปอร์ต ใครกำลังมาแรง ซึ่งพบว่ากลุ่มสปอร์ตและกันน้ำกำลังเติบโตในตลาดชายอย่างชัดเจน
กลุ่มผู้ชาย vs เนื้อกันแดดที่เหมาะสม
กลุ่มผู้ชายสามารถแบ่งได้ 3 โปรไฟล์หลัก:
-
- สายออกกำลังกาย – Outdoor/Running: ต้องการกันน้ำ กันเหงื่อ และยึดเกาะผิวสูง
- สายผิวมันเป็นสิวง่าย: ต้องการเนื้อฟลูอิด–แมตต์ เกลี่ยง่าย ไม่อุดตัน
- สายเร่งรีบ ไม่ชอบหลายขั้นตอน: เลือกสูตร Hybrid แบบกันแดดรวมเซรั่มในขั้นตอนเดียว
ช่องว่างตลาดกันแดดผู้ชาย
ตลาดกันแดดผู้ชายยังมีช่องว่างสำคัญที่แบรนด์สามารถพัฒนาได้ เช่น:
- สูตรแมตต์จริงแบบไม่แห้งตึง
- สูตรกันเหงื่อสูงที่ไม่เหนอะแม้เจอกิจกรรม Heavy Sweat
- สูตรที่ทาแล้ว “ไม่เห็นบนผิว” เหมาะกับผู้ชายผิวคล้ำ
- สูตรที่เข้าได้กับผิวมัน + รูขุมขนใหญ่ + สิวง่าย
- กันแดดที่มีกลิ่นกลาง (Neutral Scent) หรือไม่มีกลิ่นเลย
ฟิลเตอร์กันแดดที่เหมาะกับกลุ่มผู้ชาย
ฟิลเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายต้องให้ฟิล์มบางและไม่ทิ้งคราบ โดยเฉพาะผู้ที่มีเคราหรือต้องการฟินิชแมตต์:
- Chemical Filter รุ่นใหม่ – ให้ฟินิชบางและเกลี่ยง่าย
- Hybrid Filter – เหมาะกับกิจกรรมหนักและเหงื่อออกมาก
- Mineral แบบเคลือบ – ลดคราบขาวในบริเวณเครา
การคำนวณค่า SPF/PA ต้องแม่นยำสำหรับตลาดผู้ชาย
ผู้ชายส่วนใหญ่มัก “ไม่เติมกันแดดระหว่างวัน” ทำให้สูตรต้องมีความเสถียรของฟิล์มสูงเพื่อให้ค่ากันแดดไม่ลดลงเร็ว การทดสอบที่ต้องทำและต้องได้มาตรฐาน เช่น:
- ISO 24444 สำหรับ SPF
- ISO 24442 สำหรับ UVA-PF
- Photostability Test สำหรับฟิล์ม
ประเด็นนี้สอดคล้องกับหลักการใน มาตรฐานการวัด SPF/PA/UVAPF ที่เจ้าของแบรนด์กันแดดต้องรู้ ที่ระบุว่าความเสถียรของฟิล์มเป็นหัวใจสำคัญสำหรับสูตรที่ต้องการค่ากันแดดสูงและคงทน
วิธีออกแบบ Marketing & Pricing ให้ตรงพฤติกรรมผู้ชาย
กลุ่มผู้ชายตอบสนองต่อการสื่อสารที่ “ตรงไปตรงมา” ไม่ซับซ้อน จึงควรใช้ข้อความสั้น กระชับ และเน้นผลลัพธ์เป็นหลัก เช่น:
- แมตต์ยาวนาน 10 ชั่วโมง
- กันเหงื่อหนัก ออกกำลังกายได้
- ซึมไว ไม่เหนอะ ไม่วาว
- สูตรไม่อุดตัน
ในการขายออนไลน์ จุดสำคัญอยู่ที่คอนเทนต์ Before–After แบบเรียลและรีวิวจริงของผู้ชาย ซึ่งมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจสูงสอดคล้องกับหลักกลยุทธ์ใน กลยุทธ์ราคา/โปร/รีวิว สำหรับดันยอดครีมกันแดดบน Shopee/TikTok ที่เน้นว่าตัวรีวิวมีผลต่อ Conversion มากกว่าข้อความโฆษณา
ทำไมแบรนด์ควรลงทุนตลาดกันแดดผู้ชาย?
เพราะตลาดนี้ยังไม่ถูกใช้เต็มศักยภาพ แม้ผู้ชายจะใช้กันแดดน้อยกว่าผู้หญิง แต่ “อัตราการเติบโต” สูงกว่าหลายกลุ่ม เนื่องจากมีความต้องการที่ชัดเจนกว่า เช่น:
- ต้องการสูตรง่ายที่สุด
- ไม่ต้องการกลิ่นน้ำหอมแรง
- ไม่ต้องการความมันหรือคราบขาว
- ต้องการกันแดดที่ทนเหงื่อได้จริง
ทำให้แบรนด์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ชายและออกแบบสูตรเฉพาะกลุ่มสามารถสร้างจุดขายที่คู่แข่งยังไม่ทำได้ครบ
สรุปตลาดกันแดดสำหรับผู้ชายยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก
ตลาดกันแดดผู้ชายยังเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ เพราะผู้ชายมีความต้องการเฉพาะตัวสูงและยังไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนตอบโจทย์ได้ครบทั้งหมด การออกแบบสูตรโดยร่วมงานกับทีม R&D ด้าน สร้างแบรนด์ครีมกันแดด จะช่วยให้แบรนด์สร้างกันแดดที่ทนเหงื่อ บางเบา และเหมาะกับพฤติกรรมผู้ชายยุคใหม่ได้จริง
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับกันแดดสำหรับผู้ชาย
ผู้ชายต้องใช้กันแดดทุกวันไหม?
ควรใช้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์
ผู้ชายผิวมันเหมาะกับกันแดดแบบไหน?
เนื้อเจล–ฟลูอิด–เซรั่มบางเบา และฟินิชแมตต์
กลิ่นแบบไหนดีสำหรับกันแดดผู้ชาย?
ไม่มีกลิ่น หรือกลิ่นกลางที่ไม่แรง
กันแดดทนเหงื่อสำคัญไหมสำหรับผู้ชาย?
สำคัญมาก เพราะผู้ชายมีกิจกรรมกลางแจ้งสูงกว่าผู้หญิง
ผู้ชายต้องเติมกันแดดระหว่างวันไหม?
ควรเติม แต่หากไม่สะดวก สูตรต้องมีฟิล์มเสถียรและค่ากันแดดคงตัวนาน






